ถ้าเลือกเพื่อนบ้านได้สักคน เราจะเลือกคนแบบไหน คนที่พูดจาดี ไม่นินทาใคร ไม่ริษยา และไม่สร้างความขุ่นเคืองให้เพื่อนบ้านเลย อีมามเอาซาอี เราะหิมะฮุลลอฮ์ ได้พูดถึงความปรารถนาเช่นนี้กับชายคนหนึ่ง และคำตอบที่เขาได้รับกลับสั้น แต่หนักจนต้องหยุดคิด
คำกล่าวของอีมามเอาซาอี
อีมามเอาซาอี الأوزاعي เราะหิมะฮุลลอฮ์ ได้กล่าวให้กับผู้ชายคนหนึ่ง ว่า:
“ฉันต้องการบ้านที่อยู่ติดกับผู้คนที่
ไม่ใช่เพื่ออยู่เพื่อนินทาคนอื่น
และไม่ใช่เพื่อความอิจฉาริษยา
และไม่ใช่เพื่อสร้างความเครียดแค้น…
เลยผู้ชายคนนั้นได้เอาฉันไปสู่สุสาน แล้วกล่าวว่า: นี่ไง”
(หมายถึง เตือนใจผู้คนให้ระลึกถึงความตาย)
บ้านที่อยู่ติดกับสุสาน
คำตอบนั้นไม่ใช่การหลบเลี่ยง แต่เป็นการชี้ให้เห็นความจริงว่า ในสุสานไม่มีใครนินทาใคร ไม่มีใครอิจฉากัน ไม่มีใครสร้างความแค้นให้กันอีกแล้ว ทุกคนเงียบและเท่าเทียมกันหมด
ดังนั้นบ้านที่ปลอดจากคนประเภทนั้นอย่างแท้จริง จึงไม่ใช่บ้านในหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่ง แต่คือหลุมฝังศพที่ทุกคนจะต้องย้ายไปอยู่ในที่สุด
ทำไมนินทาและอิจฉาจึงหนักถึงเพียงนั้น
เพราะทั้งสองสิ่งนี้กัดกินความดีของเราโดยที่เราไม่รู้ตัว นินทาทำให้เราสูญเสียความดีให้คนที่เราพูดถึง ส่วนความอิจฉาทำให้หัวใจไม่ยอมรับความดีของผู้อื่น และความแค้นที่สะสมไว้นานวันก็กลายเป็นไฟที่เผาตัวเราเองก่อนเผาคนอื่น
คนที่ต้องอยู่ท่ามกลางคนเช่นนี้ทุกวัน ย่อมเข้าใจว่าความสงบที่แท้จริงนั้นหายากเพียงใด และนั่นคือเหตุผลที่อีมามเอาซาอีไม่อยากได้บ้านที่หรูที่สุดในหมู่บ้าน แต่ต้องการเพียงเพื่อนบ้านที่ไม่ทำร้ายกัน
บทเรียนที่นำไปใช้ได้จริง
- เลือกเพื่อนร่วมทาง — คนที่เราคบทุกวันมีผลต่อคำพูดและความคิดของเรา
- เริ่มจากตัวเองก่อน — ก่อนหวังให้เพื่อนบ้านดี จงเป็นเพื่อนบ้านที่ไม่นินทาและไม่ริษยาเสียเอง
- ระลึกถึงความตายบ่อย ๆ — เพราะความตายคือเครื่องเตือนที่ทำให้เรื่องเล็ก ๆ กลับเป็นเรื่องที่ปล่อยวางได้
บทสรุป
คำกล่าวนี้ไม่ใช่การสอนให้หนีสังคม แต่คือการเตือนให้เรารู้ว่าอะไรคือของจริงและอะไรคือของชั่วคราว วันที่ทุกคนต้องย้ายไปอยู่ในหลุมนั้น ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีคำนินทา และไม่มีใครถือความแค้นไปด้วยได้ สิ่งที่เหลืออยู่คือการงานที่เราเลือกทำในวันนี้
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: หะดีษ: อย่าเกลียดชัง อย่าอิจฉา และอย่าหันหลังให้กัน
Risalah Radio สถานีวิทยุสาส์นคุณธรรม FM 97.25 Mhz.