ในวันที่คนส่วนใหญ่คิดถึงของขวัญและความหวานของชีวิตคู่ คู่บ่าวสาวชาวตุรกีคู่หนึ่งเลือกจะคิดถึงคนอื่นก่อน พวกเขาขอให้แขกที่มาร่วมงานไม่ต้องนำเงินหรือทองมาให้ แต่ขอให้พาเด็กกำพร้ามาร่วมแบ่งปันความสุขในวันสำคัญของทั้งสองแทน
คำขอที่ทำให้แขกทั้งงานตะลึง
งานแต่งงานจัดขึ้นที่เมืองชานลืออูร์ฟา ประเทศตุรกี โดยเจ้าบ่าวชื่อโมฮัมเหม็ดและเจ้าสาวชื่อฟาติมะ ทั้งคู่ประกาศคำขอของตนต่อแขกอย่างชัดเจนว่า “อย่าเอาเงินหรือทองมาให้พวกเรา… แต่พาเด็กกำพร้ามาให้พวกเรา!”
ผลลัพธ์คือเด็กกำพร้ากว่า 100 คนได้เข้าร่วมงานในฐานะแขกผู้มีเกียรติที่แท้จริง พวกเขานั่งที่โต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสีขาว หัวเราะ เต้นรำ และปรบมือท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข จนเด็กหลายคนถึงกับร้องไห้ด้วยความดีใจ
ของขวัญทุกชิ้นไปที่เด็ก ไม่ใช่ที่คู่บ่าวสาว
เป้าหมายของทั้งคู่ไม่ใช่การจัดงานแปลกเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่ลึกกว่านั้นคือการแบ่งปันความสุขของพวกเขากับเด็ก ๆ ที่อาจไม่มีครอบครัวคอยโอบอุ้มในโอกาสเช่นนี้
- ของขวัญ ของเล่น เสื้อผ้า และความช่วยเหลือทั้งหมดถูกมอบให้เด็กกำพร้า
- เด็ก ๆ ได้เป็นแขกตัวจริง ไม่ใช่ผู้รับบริจาคที่ยืนอยู่ข้างเวที
- การเริ่มต้นชีวิตคู่ถูกผูกกับการทำให้หัวใจของผู้อื่นมีความสุขตั้งแต่วันแรก
บทเรียนเรื่องการให้นอกเหนือความคาดหวัง
ปกติงานแต่งงานคือโอกาสสะสมของขวัญ แต่คู่บ่าวสาวคู่นี้เปลี่ยนคืนสำคัญของชีวิตให้เป็นความทรงจำที่ทำให้เด็กกว่าร้อยคนรู้สึกว่าตนเองเป็นที่ต้อนรับ เป็นที่ใส่ใจ และเป็นที่รัก การให้แบบนี้ไม่ได้ลดคุณค่าของวันแต่งงานลงเลย แต่กลับทำให้วันนั้นมีความหมายเกินกว่าตัวเอง
ในคำสอนอิสลาม การดูแลเด็กกำพร้าและการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเป็นเรื่องที่ให้ผลยาวไกล การให้ที่เริ่มจากความเห็นอกเห็นใจมักยั่งยืนกว่าการให้เพราะถูกขอ เรื่องนี้เชื่อมโยงกับบทความ จงบริจาคและอย่ากลัวความจน ศ่อดาเกาะฮฺที่ให้ผลถึงสองภาค ซึ่งอธิบายว่าการให้ไม่เคยทำให้ทรัพย์ลดลงในสายตาของอัลลอฮ์
บทสรุป
บางทีการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่สวยงามที่สุด อาจไม่ใช่การที่เรามีของขวัญมากแค่ไหน แต่คือการที่เราตั้งแต่วันแรกเลือกจะเป็นเหตุแห่งความสุขให้กับคนที่ต้องการความรักและความใส่ใจ เรื่องราวของคู่บ่าวสาวคู่นี้จึงเป็นคำถามกลับมาที่เราว่า ในวันสำคัญของเรา เราเลือกจะให้อะไรกับใคร
Risalah Radio สถานีวิทยุสาส์นคุณธรรม FM 97.25 Mhz.