คำว่า “บิดอะฮ์” มักถูกพูดถึงในวงสนทนาเรื่องศาสนาด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียด เพราะบางคนใช้มันเป็นคำตัดสินคนอื่น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีคนที่คิดว่าการเพิ่มสิ่งใหม่เข้าไปในศาสนาถือเป็นเรื่องดี ขอให้เจตนาดีก็พอ คำกล่าวของอิมามมาลิกที่ต้นฉบับยกมาวางประเด็นนี้ไว้ในมุมที่ทำให้ต้องหยุดคิด เพราะมันไม่ได้มองที่เจตนาของผู้ทำ แต่พุ่งไปที่ผลลัพธ์ที่มีต่อความสมบูรณ์ของสาส์น
คำกล่าวของอิมามมาลิก
อิมามมาลิก เราะหิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า:
“ผู้ใดอุตริ (บิดอะฮ์) สิ่งหนึ่งขึ้นมาในศาสนาอิสลาม แล้วเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดี (หะซะนะฮ์) เท่ากับว่าเขาได้กล่าวอ้างว่า แท้จริงท่านมุฮัมมัด ﷺ ได้ทรยศต่อการนำสาส์น (ศาสนา) แล้ว”
อ้างอิง: หนังสือ อัลอิอ์ติศอม (الاعتصام) ของอัชชาฏิบีย์ เล่ม 1 หน้า 64
ทำไมประโยคนี้จึงหนักถึงเพียงนั้น
เพราะข้อโต้แย้งของผู้ที่เพิ่มสิ่งใหม่มักเป็นว่า “สิ่งนี้ดี” และ “เราไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนศาสนา” แต่ถ้าสิ่งนั้นดีจริงและเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาแล้ว ทำไมมันจึงไม่ปรากฏในแบบอย่างที่ท่านนบี ﷺ สอนไว้
คำถามนี้คือหัวใจของคำกล่าวข้างต้น ถ้าศาสนาไม่สมบูรณ์และยังมีช่องว่างให้เติมความดีเข้าไปได้ แสดงว่าผู้ที่นำสาส์นมายังไม่ทำหน้าที่ครบ แต่ถ้าเชื่อว่าศาสนาได้ถูกทำให้สมบูรณ์แล้ว การเพิ่มรูปแบบการประกอบศาสนกิจใหม่จึงไม่ใช่การทำความดีเพิ่ม แต่เป็นการบอกว่าสิ่งที่มาก่อนนั้นยังไม่พอ
ความต่างระหว่างการทำดีกับการสร้างรูปแบบศาสนกิจใหม่
ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะบิดอะฮ์ไม่ได้หมายถึงทุกสิ่งใหม่ในชีวิต การคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ การจัดระเบียบงาน หรือการทำความดีทั่วไป ไม่ใช่บิดอะฮ์ในความหมายนี้เลย
สิ่งที่คำกล่าวนี้พูดถึงคือ รูปแบบการประกอบศาสนกิจ ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของศาสนา ทั้งที่ไม่มีหลักฐานจากอัลกุรอานและซุนนะฮ์ เช่น การกำหนดพิธี เวลา หรือจำนวนเฉพาะที่ไม่มีที่มา แล้วยืนยันว่าการทำเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ศาสนาส่งเสริม
ส่วนการทำความดีที่มีหลักฐานรองรับอยู่แล้ว เช่น การบริจาค การอ่านอัลกุรอาน หรือการช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลในประเด็นนี้
บทเรียนที่ใช้ได้จริง
- ก่อนจะทำอะไรในนามของศาสนา ควรถามก่อนว่ามีที่มาจากอัลกุรอานหรือซุนนะฮ์หรือไม่
- อย่าตัดสินคนอื่นว่าทำบิดอะฮ์เพียงเพราะเขาทำต่างจากที่เราเคยเห็น รายละเอียดปลีกย่อยทางฟิกฮ์มีพื้นที่ของความเห็นต่าง
- ความจริงใจเพียงอย่างเดียวไม่พอสำหรับเรื่องศาสนกิจ เพราะศาสนกิจต้องมีทั้งความจริงใจและความถูกต้องตามแบบอย่าง
- หากไม่แน่ใจ ควรสอบถามผู้รู้ที่มีความรู้จริงในเรื่องนั้น แทนที่จะตัดสินเองจากสิ่งที่เห็นในโซเชียล
บทสรุป
คำกล่าวของอิมามมาลิกไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อตำหนิผู้ที่มีจิตใจดี แต่เพื่อปกป้องความสมบูรณ์ของศาสนาที่ได้รับมา เพราะการอ้างว่ามีบางอย่างขาดหายไปนั้นเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่เราคิด และการยึดตามแบบอย่างเดิมจึงเป็นทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการทำความดีเพื่ออัลลอฮ์
อ่านต่อ: บิดอะฮ์ในศาสนาเป็นที่ต้องห้าม
Risalah Radio สถานีวิทยุสาส์นคุณธรรม FM 97.25 Mhz.