วันพฤหัสบดี, 22 ตุลาคม, 2026
ภาพคำกล่าวของอิมามมาลิกเรื่องบิดอะฮ์จากหนังสืออัลอิอ์ติศอม

อิมามมาลิกเตือน บิดอะฮ์ที่ถูกมองว่าดีคือการกล่าวหาท่านนบี

คำว่า “บิดอะฮ์” มักถูกพูดถึงในวงสนทนาเรื่องศาสนาด้วยน้ำเสียงที่ตึงเครียด เพราะบางคนใช้มันเป็นคำตัดสินคนอื่น แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีคนที่คิดว่าการเพิ่มสิ่งใหม่เข้าไปในศาสนาถือเป็นเรื่องดี ขอให้เจตนาดีก็พอ คำกล่าวของอิมามมาลิกที่ต้นฉบับยกมาวางประเด็นนี้ไว้ในมุมที่ทำให้ต้องหยุดคิด เพราะมันไม่ได้มองที่เจตนาของผู้ทำ แต่พุ่งไปที่ผลลัพธ์ที่มีต่อความสมบูรณ์ของสาส์น

คำกล่าวของอิมามมาลิก

อิมามมาลิก เราะหิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า:

“ผู้ใดอุตริ (บิดอะฮ์) สิ่งหนึ่งขึ้นมาในศาสนาอิสลาม แล้วเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ดี (หะซะนะฮ์) เท่ากับว่าเขาได้กล่าวอ้างว่า แท้จริงท่านมุฮัมมัด ﷺ ได้ทรยศต่อการนำสาส์น (ศาสนา) แล้ว”

อ้างอิง: หนังสือ อัลอิอ์ติศอม (الاعتصام) ของอัชชาฏิบีย์ เล่ม 1 หน้า 64

ทำไมประโยคนี้จึงหนักถึงเพียงนั้น

เพราะข้อโต้แย้งของผู้ที่เพิ่มสิ่งใหม่มักเป็นว่า “สิ่งนี้ดี” และ “เราไม่ได้ตั้งใจจะเปลี่ยนศาสนา” แต่ถ้าสิ่งนั้นดีจริงและเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาแล้ว ทำไมมันจึงไม่ปรากฏในแบบอย่างที่ท่านนบี ﷺ สอนไว้

คำถามนี้คือหัวใจของคำกล่าวข้างต้น ถ้าศาสนาไม่สมบูรณ์และยังมีช่องว่างให้เติมความดีเข้าไปได้ แสดงว่าผู้ที่นำสาส์นมายังไม่ทำหน้าที่ครบ แต่ถ้าเชื่อว่าศาสนาได้ถูกทำให้สมบูรณ์แล้ว การเพิ่มรูปแบบการประกอบศาสนกิจใหม่จึงไม่ใช่การทำความดีเพิ่ม แต่เป็นการบอกว่าสิ่งที่มาก่อนนั้นยังไม่พอ

ความต่างระหว่างการทำดีกับการสร้างรูปแบบศาสนกิจใหม่

ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะบิดอะฮ์ไม่ได้หมายถึงทุกสิ่งใหม่ในชีวิต การคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ การจัดระเบียบงาน หรือการทำความดีทั่วไป ไม่ใช่บิดอะฮ์ในความหมายนี้เลย

สิ่งที่คำกล่าวนี้พูดถึงคือ รูปแบบการประกอบศาสนกิจ ที่ถูกสร้างขึ้นใหม่โดยอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของศาสนา ทั้งที่ไม่มีหลักฐานจากอัลกุรอานและซุนนะฮ์ เช่น การกำหนดพิธี เวลา หรือจำนวนเฉพาะที่ไม่มีที่มา แล้วยืนยันว่าการทำเช่นนั้นเป็นสิ่งที่ศาสนาส่งเสริม

ส่วนการทำความดีที่มีหลักฐานรองรับอยู่แล้ว เช่น การบริจาค การอ่านอัลกุรอาน หรือการช่วยเหลือเพื่อนบ้าน ย่อมไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลในประเด็นนี้

บทเรียนที่ใช้ได้จริง

  • ก่อนจะทำอะไรในนามของศาสนา ควรถามก่อนว่ามีที่มาจากอัลกุรอานหรือซุนนะฮ์หรือไม่
  • อย่าตัดสินคนอื่นว่าทำบิดอะฮ์เพียงเพราะเขาทำต่างจากที่เราเคยเห็น รายละเอียดปลีกย่อยทางฟิกฮ์มีพื้นที่ของความเห็นต่าง
  • ความจริงใจเพียงอย่างเดียวไม่พอสำหรับเรื่องศาสนกิจ เพราะศาสนกิจต้องมีทั้งความจริงใจและความถูกต้องตามแบบอย่าง
  • หากไม่แน่ใจ ควรสอบถามผู้รู้ที่มีความรู้จริงในเรื่องนั้น แทนที่จะตัดสินเองจากสิ่งที่เห็นในโซเชียล

บทสรุป

คำกล่าวของอิมามมาลิกไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อตำหนิผู้ที่มีจิตใจดี แต่เพื่อปกป้องความสมบูรณ์ของศาสนาที่ได้รับมา เพราะการอ้างว่ามีบางอย่างขาดหายไปนั้นเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่เราคิด และการยึดตามแบบอย่างเดิมจึงเป็นทางที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการทำความดีเพื่ออัลลอฮ์

อ่านต่อ: บิดอะฮ์ในศาสนาเป็นที่ต้องห้าม

About Adam Mideng

ผมนักจัดรายการวิทยุ (DJ Peedam), นักสร้างคอนเทนต์ และผู้ประกอบการด้านการตลาดออนไลน์ มีความสนใจด้าน การตลาด การสร้างรายได้ การเงินและการลงทุน ผมเชื่อว่าการเริ่มต้นออนไลน์ด้วย การเว็บไซต์ของตัวเองนั้น คือ ก้าวแรกของความสำเร็จบนโลกออนไลน์

Check Also

ภาพประกอบบทความเรื่องนบียะอ์กูบร้องทุกข์ต่ออัลลอฮ์ผู้เดียว

ร้องทุกข์ต่ออัลลอฮ์ผู้เดียว บทเรียนความอดทนของนบียะอ์กูบ

เมื่อความเศร้าโศกถาโถม นบียะอ์กูบ อะลัยฮิสสลาม เลือกระบายความทุกข์ต่ออัลลอฮ์ผู้เดียว ไม่ใช่ต่อมนุษย์ บทเรียนความอดทนที่ผู้ศรัทธาควรยึดเป็นแบบอย่าง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *