หะดีษบทสั้น ๆ บทหนึ่งได้รวบรวมหน้าที่สำคัญของมุสลิมไว้ถึงสามเรื่องในประโยคเดียว คือการดูแลผู้หิวโหย ผู้ป่วย และผู้ที่ตกอยู่ในพันธนาการ เป็นคำสั่งที่ตรงไปตรงมา แต่กลับเป็นสิ่งที่สังคมมักหลงลืมบ่อยที่สุด
ข้อความหะดีษและคำแปล
ท่านศาสดามูฮัมหมัด ซล. ได้กล่าวว่า:
“พวกท่านจงให้อาหารแก่ผู้หิวโหย จงเยี่ยมเยียนผู้ป่วย และจงช่วยเหลือปลดปล่อยเชลย”
ข้อความอาหรับในภาพระบุว่า
أطعموا الجائع — จงให้อาหารแก่ผู้หิวโหย
وعودوا المريض — จงเยี่ยมเยียนผู้ป่วย
وفكوا العاني — จงช่วยปลดปล่อยเชลยหรือผู้ที่ตกอยู่ในพันธนาการ
แหล่งอ้างอิง: เศาะฮีห์อัลบุคอรีย์ หมายเลข 5373 ตามที่ระบุไว้ด้านล่างภาพ
สามคำสั่งที่เชื่อมโยงกันเป็นชุดเดียว
1. ให้อาหารแก่ผู้หิวโหย
เริ่มจากความต้องการพื้นฐานที่สุดของร่างกาย คืออาหาร ผู้ที่หิวไม่สามารถคิดถึงเรื่องอื่นได้ การให้อาหารจึงเป็นการช่วยเหลือที่ตรงจุดและเห็นผลเร็วที่สุด และไม่จำเป็นต้องรอให้มีเงินมาก ข้าวหนึ่งจาน น้ำหนึ่งขวด หรือการแบ่งปันอาหารในมัสยิด ล้วนอยู่ในความหมายของคำสั่งนี้
2. เยี่ยมเยียนผู้ป่วย
ผู้ป่วยมักถูกมองข้าม เพราะไม่ส่งเสียงเรียกร้อง แต่ความเจ็บป่วยทำให้คนต้องการทั้งกำลังใจและเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ การไปเยี่ยมไม่ใช่แค่การนั่งคุย แต่คือการทำให้เขารู้ว่าไม่มีใครลืมเขา และเป็นการเตือนตัวเองว่าสุขภาพที่เรามีอยู่วันนี้เป็นของชั่วคราว
3. ช่วยเหลือปลดปล่อยเชลย
คำสั่งข้อนี้ครอบคลุมผู้ที่ตกอยู่ในพันธนาการ หรือถูกจำกัดอิสรภาพจนช่วยตัวเองไม่ได้ ในบริบทปัจจุบัน นักวิชาการได้อธิบายขยายความแตกต่างกันไป เช่น ผู้ถูกคุมขังอย่างไม่เป็นธรรม ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ หรือผู้ที่ติดอยู่ในภาระผูกพันจนหาทางออกไม่ได้ รายละเอียดฟิกฮ์ในเรื่องนี้ควรสอบถามผู้รู้ก่อนนำไปปรับใช้ในกรณีเฉพาะ
นำหะดีษบทนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน
- สำรองอาหารส่วนหนึ่งไว้แบ่งปันให้เพื่อนบ้านหรือคนที่กำลังลำบาก โดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ
- โทรหาหรือไปเยี่ยมผู้ป่วยที่รู้จักอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
- สนับสนุนงานที่ช่วยเหลือผู้ถูกเอาเปรียบหรือสูญเสียอิสรภาพ เช่น การบริจาคให้องค์กรที่ดูแลผู้เดือดร้อน
- สอนเรื่องนี้ในครอบครัวตั้งแต่เด็ก ให้การช่วยเหลือคนอื่นกลายเป็นนิสัย
ทั้งสามคำสั่งมีจุดร่วมเดียวกัน คือการหันไปมองคนที่กำลังเดือดร้อนก่อนตัวเอง หากสนใจแนวทางบริจาคที่ให้ผลต่อเนื่อง ลองอ่าน จงบริจาคและอย่ากลัวความจน ศ่อดาเกาะฮ์ที่ให้ผลถึงสองภาค เพิ่มเติมได้
บทเรียนจากหะดีษบทนี้
หะดีษบทนี้ไม่ได้ขอให้เราทำสิ่งที่เกินกำลัง แต่ขอให้เรามองเห็นคนรอบข้าง คนหิวอาจอยู่บ้านหลังถัดไป ผู้ป่วยอาจเป็นญาติที่เราไม่ได้ติดต่อมานาน คำถามชวนคิดคือ ครั้งสุดท้ายที่เราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในสามข้อนี้โดยไม่ได้ถูกขอร้อง คือเมื่อไร
บทสรุป
การให้อาหาร เยี่ยมผู้ป่วย และช่วยปลดปล่อยผู้ตกในพันธนาการ คือสามหน้าที่ที่วัดได้จากการกระทำ ไม่ใช่คำพูด หะดีษเศาะฮีห์อัลบุคอรีย์ หมายเลข 5373 จึงเหมาะเป็นเครื่องเตือนใจให้เรากลับไปตรวจดูว่าชีวิตประจำวันของเรา ยังเหลือพื้นที่ให้คนอื่นอยู่หรือไม่
Risalah Radio สถานีวิทยุสาส์นคุณธรรม FM 97.25 Mhz.