
عَن عُمَرَ بنِ الخَطَّابِ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ قال: سَمِعْتُ النَّبِيَّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُولُ: «لَا تُطْرُونِي كَمَا أَطْرَتِ النَّصَارَى ابْنَ مَرْيَمَ؛ فَإِنَّمَا أَنَا عَبْدُهُ، فَقُولُوا: عَبْدُ اللهِ وَرَسُولُهُ».[صحيح] – [رواه البخاري]
(16) – จากท่านอุมัร อิบนุลค็อฏฏ็อบ เราะฎิยัลลอฮุอันฮุ กล่าวว่า : ฉันได้ยิน ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า :”พวกเจ้าอย่าได้ยกย่องฉัน (จนเกินเลย) อย่างที่ชาวคริสเตียนได้ยกย่อง (อีซา) บุตรของนางมัรยัม เพราะแท้จริง ฉันคือบ่าวของอัลลอฮ์ ดังนั้น พวกท่านจงกล่าวว่า บ่าวของอัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์”
[เศาะฮีห์] – [รายงานโดย อัลบุคอรีย์]
คำอธิบาย:
ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม ห้ามมิให้เกิดความเกินเลย และเกินขอบเขตที่ศาสนาได้กำหนดไว้ในการยกย่องท่าน และการกล่าวถึงท่านด้วยคุณลักษณะหรือการกระทำที่เป็นเอกสิทธิ์ของอัลลอฮ์ หรือเชื่อว่าท่านรู้สิ่งเร้นลับ หรือวิงวอนต่อท่านควบคู่กับอัลลอฮ์ ดังที่ชาวคริสต์ทำกับอีซา บุตรของมัรยัม อะลัยฮิสลาม แล้วท่านก็ได้กล่าวชี้แจงว่า ท่านคือบ่าวของอัลลอฮ์คนหนึ่ง และท่านได้ใช้ให้กล่าวถึงท่านว่า บ่าวของอัลลอฮ์และเราะซูลของพระองค์
Risalah Radio สถานีวิทยุสาส์นคุณธรรม FM 97.25 Mhz.