หนึ่งในคำสัญญาที่หนักแน่นที่สุดเรื่องความอดทน คือคำสัญญาที่ว่าเมื่อบ่าวถูกทดสอบแล้วเขายังสรรเสริญอัลลอฮ์ ผลที่ได้ไม่ใช่เพียงการปลอบใจ แต่คือการที่บาปทั้งหลายของเขาถูกทำให้หมดไป ราวกับว่าเขาเพิ่งเกิดใหม่ในวันนั้น
หะดีษกุดซีที่อิหม่ามอะห์มัดบันทึกไว้
ท่านรอซูล ﷺ ได้กล่าวว่า อัลลอฮ์ ตะอาลา ตรัสในหะดีษกุดซีว่า
“แท้จริงเมื่อข้าทดสอบบ่าวผู้ศรัทธาคนหนึ่งของข้า แล้วเขาได้สรรเสริญข้าต่อสิ่งที่ข้าทดสอบเขา แท้จริงเขาจะลุกขึ้นจากที่นอนของเขานั้น (หลังจากการทดสอบ) เสมือนวันที่มารดาให้กำเนิดเขา คือปราศจากบาปทั้งหลาย”
บันทึกโดยอิหม่ามอะห์มัด และ Muhammad Nasiruddin al-Albani วินิจฉัยว่าเป็นหะดีษหะสัน
คำว่า “ลุกขึ้นจากที่นอน” ชี้ให้เห็นภาพของคนที่ผ่านคืนแห่งความทุกข์หรือความเจ็บป่วย แล้วตื่นขึ้นมาในสภาพที่เบาสนิท ไม่มีภาระของบาปติดตัว
คำอธิบายของนักวิชาการที่ต้นฉบับยกมา
นักวิชาการบางท่าน (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตาพวกท่าน) กล่าวว่า
“แท้จริงที่บ่าวได้รับสถานะอันสูงส่งนี้ ก็เพราะผู้ศรัทธาทุกคนสามารถอดทนต่อการละเว้นสิ่งต้องห้าม (บาป) ได้ แต่การอดทนต่อบททดสอบและความทุกข์ยากนั้น ไม่สามารถทำได้ เว้นแต่ด้วยคุณลักษณะของบรรดาผู้สัตย์จริง (ศิดดีกีน) เท่านั้น เพราะมันเป็นสิ่งที่หนักหน่วงต่อจิตใจอย่างยิ่ง ดังนั้น เมื่อเขาได้ลิ้มรสความขมขื่นของความอดทน และฝืนทนต่อมัน เขาจึงได้รับการตอบแทนอย่างสมบูรณ์และยิ่งใหญ่ที่สุด”
จุดที่คำอธิบายนี้เน้นคือความต่างของการอดทนสองแบบ การไม่ทำบาปเป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ทำได้ แต่การทนต่อสิ่งที่เจ็บปวดและอยู่นอกเหนือการควบคุมต้องใช้กำลังใจคนละระดับ
การอดทนสองแบบที่ต้องแยกให้ออก
- อดทนต่อการละเว้นสิ่งต้องห้าม — ยับยั้งตัวเองจากสิ่งที่ศาสนาห้าม ซึ่งทำได้ด้วยการตั้งใจและความรู้
- อดทนต่อบททดสอบและความทุกข์ยาก — ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ต่อว่าอัลลอฮ์ และยังคงสรรเสริญพระองค์อยู่ในใจ
- อดทนต่อการปฏิบัติศาสนกิจ — รักษาละหมาดให้ต่อเนื่องแม้ในวันที่เหนื่อยล้า
สองแบบแรกอยู่ในเนื้อหาของหะดีษและคำอธิบายข้างต้น ส่วนแบบที่สามเป็นหลักการกว้าง ๆ ที่นักวิชาการกล่าวถึงในเรื่องซอบัร ซึ่งเว็บไซต์เราเคยอธิบายไว้ในบทความ ซอบัร (صبر) คืออะไร? ความหมายของความอดทนในอิสลาม
สิ่งที่คนส่วนใหญ่เข้าใจคลาดเคลื่อน
หลายคนคิดว่าการสรรเสริญอัลลอฮ์ในยามทุกข์หมายถึงการต้องยิ้มทั้งที่ข้างในกำลังร้องไห้ ความจริงแล้วหะดีษนี้ไม่ได้ห้ามความเศร้าหรือการร้องไห้ สิ่งที่มันชี้คือ ทิศทางของหัวใจ ว่าคนนั้นยังหันไปหาอัลลอฮ์ หรือหันไปบ่นต่อพระองค์
บทสรุป
ผลบุญของความอดทนไม่มีผลบุญใดเทียบได้ เพราะมันแลกมาด้วยสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น คือความขมขื่นที่ผ่านเข้ามาในใจแล้วบ่าวยังเลือกหันไปหาอัลลอฮ์ سبحانه وتعالى หะดีษบทนี้จึงไม่ใช่คำปลอบใจลอย ๆ แต่เป็นคำสัญญาว่าการลุกขึ้นในวันที่เจ็บปวดที่สุดนั้น อาจเป็นวันที่เราเบาที่สุดในสายตาของอัลลอฮ์
การเริ่มต้นจึงไม่ต้องรอให้หัวใจเข้มแข็งก่อน ขอเพียงไม่ทิ้งละหมาดและกล่าวคำสรรเสริญด้วยคำที่คุ้นเคย
Risalah Radio สถานีวิทยุสาส์นคุณธรรม FM 97.25 Mhz.