วันอังคาร , 7 เมษายน 2020
Breaking News
Home / บทความน่ารู้ / การกักตุนสินค้านั้นถูกละอฺนะฮฺ

การกักตุนสินค้านั้นถูกละอฺนะฮฺ

การกักตุนสินค้านั้นถูกละอฺนะฮฺ

(ห่างไกลจากความเมตตาของผู้เป็นเจ้า)

โดย เชค ยูสุฟ อัลเกาะเราะฎอวียฺ

แม้ว่าอิสลามจะประกันเสรีภาพของปัจเจกบุคคลในการซื้อและการขาย รวมไปถึงการแข่งขัน(ในการค้า)ที่เป็นกลไกธรรมชาติ แต่อิสลามก็ปฏิเสธอย่างแข็งขันไม่ยอมให้ใครบางคนขว้างความเอาความเห็นแก่ตัวและความละโมบของเขาใส่คนอื่น ด้วยการให้คนอื่นๆ ต้องจ่าย เพียงเพื่อเป้าหมายให้ทรัพย์สินทวีขึ้นมหาศาล มันคือการทำให้มั่งคั่ง แม้ต้องจ่ายด้วยราคาความมั่นคงของประชาชนและสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาจำเป็นมากก็ตาม ด้วยเหตุนี้เอง ท่านนบีได้ห้ามการกักตุนสินค้าไว้ด้วยถ้อยคำที่หนักหน่วง

مَنِ احْتَكَرَ طَعَامًا أَرْبَعِينَ لَيْلَةً فَقَدْ بَرِئَ مِنَ اللَّهِ، وَبَرِئَ اللَّهُ مِنْهُ

“ผู้ใดที่กักตุนอาหารไว้สี่สิบวัน(เพื่อโก่งราคา) เขาได้ตัดขาดจากอัลลอฮฺและอัลลอฮฺก็ได้ตัดขาดจากเขา”

(เล่าจากอับดุลลอฮฺ อิบนุ อุมัร บันทึกโดยอะหฺมัด 4880 อบู ยะอฺลา 5746 อัลฮากิม 2165)

นอกจากนี้ท่านนบีได้กล่าวไว้อีกว่า

لَا يَحْتَكِرُ إِلَّا خَاطئٌ

“ไม่มีผู้ใดที่ทำการกักตุนสินค้า(เพื่อโก่งราคา) เว้นแต่เป็นผู้กระทำผิด(คอฏิอ์)”

(เล่าจากมะอฺมัร บิน อับดุลลอฮฺ บันทึกโดยมุสลิม เล่ม 22 หะดีษ 162)

คำว่า “คอฏิอ์”(ผู้กระทำผิด)ตรงนี้ ไม่ได้เป็นคำเบาๆ แต่คำนี้ แต่คำนี้ในอัลกุรอานได้ประทับให้กับบรรดาทรราชทั้งหลาย อย่างฟิรเอาน์ ฮามาน และไพร่พลของเขาทั้งสอง

إِنَّ فِرْعَوْنَ وَهَامَانَ وَجُنُودَهُمَا كَانُوا خَاطِئِينَ

“แท้จริงฟิรเอาน และฮามานและไพร่พลของเขาทั้งสองเป็นพวกที่มีความผิด”

(อัลเกาะศ็อศ28:8)

นอกจากนี้ท่านนบีได้บรรยายลักษณะของพวกเขาไว้ในทางจิตวิทยาและความเห็นแก่ตัวไว้อีกว่า

بئس العبدُ المُحْتَكِرُ إن سَمِعَ برُخْصِ ساءَهُ وإن سَمِعَ بغَلَاءٍ فَرِحَ

“พวกกักตุนสินค้านั่นเป็นคนชั่วช้าเสียนี่กระไร หากเขาได้ยินราคาตก เขาจะเสียใจ และหากเขาได้ยินราคาขึ้น เขาจะดีใจ”

(เล่าจากมุอาซ อิบนุ ญะบัล บันทึกโดยอัฏเฏาะบะรอนีย์ 20/95 อัลบัยฮะกียฺ ในชุอฺบุล อีมาน 11215 )

ท่านนบียังกล่าวไว้อีกว่า

الجالِبُ مرزوقٌ والمُحْتَكِرُ ملعونٌ

“ผู้นำสินค้าเข้ามา(สู่ตลาดการค้า)เขาจะได้รับปัจจัยยังชีพ(ริกกี)แต่ผู้ที่กักตุนนั้นเขาจะได้รับการสาปแช่ง(ละอฺนะฮฺ)”

ด้วยเหตุเพราะว่า การที่พ่อค้าทำกำไรนั้น เขาอาศัยสองวิธีการ วิธีการแรกคือใช้วิธีกักตุนสินค้าเอาไว้ เพื่อจะขายมันไปด้วยราคาที่สูง เมื่อมันถูกกักตุนไว้ ผู้คนก็ไม่สามารถที่จะหามันได้ตามปกติ ดังนั้น เขาก็ต้องยอมจ่ายไปตามที่คนกักตุนเรียกร้อง … วิธีการที่สองคือการนำสินค้า เพื่อขายด้วยกำไรที่ไม่มากตามสมควร หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ทำการค้าครั้งต่อไป แล้วได้กำไร(ตามสมควร) แล้วหลังจากนั้นเขาก็นำเอาสินค้าอื่นๆ มาวาง ก็ขายด้วยกำไรตามสมควรอีก เขาก็ทำในทำนองคล้ายๆ กันแบบนี้ต่อไป ด้วยเหตุนี้ เขาทำกำไรอย่างสอดคล้องกับผลประโยชน์ของพลเมือง ความจำเริญ(บะเราะกะฮฺ)จึงมีมากขึ้น ผู้ที่ทำการค้าเช่นนี้ย่อมได้รับปัจจัยยังชีพ(ริสกี)ที่ดี ดังที่ท่านนบีได้แจ้งข่าวดีเอาไว้

จากหลักฐานหะดีษต่างๆ เหล่านี้เอง บรรดาอุละมาอ์ได้วางกฎเกณฑ์(อิสตินบาฎ)ขึ้นว่า การกักตุนสินค้า(อิหฺติการ)นั้นเป็นสิ่งต้องห้าม ด้วยกับไปตรงกับเงื่อนไขหนึ่งเงื่อนไขใดต่อไปนี้

ประการแรก มันกระทำขึ้นในดินแดน(เมือง,ประเทศ)ที่การกักตุนจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้คนในดินแดนนั้นในช่วงเวลานั้นๆ

ประการที่สอง การกักตุนมีเป้าหมายเพื่อทำให้ราคาสูงขึ้นอันก่อภาระเหนือผู้คนทั้งหลาย เพียงเพื่อให้เกิดกำไรแก่ผู้กักตุนอย่างเท่าทวี

 

 

อัลอัค​ แปลและเรียบเรียง

ที่มา สถานี • The Station

About อาดัม มิเดง

อาดัม มิเดง ปัจจุบันทำงาน ดูแลสำนักงาน ธุระการ และ เทคนิค (กราฟฟิกดีไซน์ ตัดต่อวีดีโอต่างๆ) ของสถานีวิทยุ, จัดรายการวิทยุ (ดีเจ) ณ สถานีวิทยุสาส์นคุณธรรม มูลนิธิส่งเสริมจริยรรมปัตตานี FM 97.25 MHz. หรือที่เขาเรียกกันว่า Risalah Radio จัดรายการผ่อนคลายยามบ่าย รายการอนาชีด ทุกวันจันทร์และวันพฤหัสบดี เวลา 14.30 - 16.00 น. และรายการคุยสบายๆยามบ่าย กับ อ.อนุกุล สนิทพันธ์ ทุกวันอาทิตย์เวลา 17.00 - 18.00 น. ใช้นามนักจัดรายการว่า DJ Peedam

Check Also

แสวงหาความเป็นคนดี​

การเป็นคน “ศอลิหฺ” ออกห่างจากบาปและดำรงตนอยู่ในอีหม่านและพัฒนาสู่การตักวาได้นั้น ไม่ได้แค่มีจิตใจที่ศรัทธาว่าอิสลามเป็นสัจธรรมเฉยๆ แต่ยังต้องการการเติมเต็มพื้นที่ต่างๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *